คลังเก็บหมวดหมู่: เศรษฐกิจ

เมื่อออกจากงาน จะจัดการอย่างไรกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

หลังจากเกิดภาวะวิกฤติการแพร่ระบาดของไข้ไวรัสโควิด19 ขึ้นมานั้น อาจจะทำให้หลายๆคนต้องเดือดร้อนและมีเหตุต้องออกจากงานหรือลาออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โดยที่ยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอย่างไรดี และมีเทางเลือกอะไรบ้างที่ทำให้เป้าหมายการออมเพื่อวัยเกษียณไม่สะดุด

และที่สำคัญไม่ทำให้เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพราะการรับเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะได้รับยกเว้นภาษีก็ต่อเมื่อเป็นสมาชิกกองทุนอย่างน้อยห้าปี และมีอายุห้าสิบห้าปีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งทางผู้อำนวยการการลงทุนและกองสำรองเลี้ยงชีพนั้น

ได้ออกมาบอกถึงวิธีการจัดการกับ PVD เมื่อต้องเผชิญกับวิกฤติโควิด เช่นกรณีที่ออกจากงานนั้น ไม่จำเป็นจะต้องออกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ได้ เพราะสามารถคงเงินไว้ที่กองทุนเดิมได้ตามระยะเวลาที่กำหนดในข้อบังคับกองทุน เพียงแต่จะไม่ได้เงินสมทบจากนายจ้างเดิมนับจากที่พ้นจากสภาพการเป็นพนักงาน และเมื่อได้งานใหม่ จึงค่อยมาโอนย้ายเงินที่คงไว้ในกองทุนเดิมไปยังกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของนายจ้างใหม่ก็ได้ หรือหากนายจ้างใหม่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือเปลี่ยนใจไปทำอาชีพอิสระไม่มีนายจ้างก็สามารถโอนย้ายไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ RMF ในภายหลังก็ได้ โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมใดๆ

เพียงแต่ว่าหากเลือกเดินหน้าในเส้นทางนี้แล้วนั้นจะไม่สามารถถอยหลังกลับมาได้เพราะเงินลงทุนที่โอนจาก PVD ไป RMF แล้วจะไม่สามารถย้ายกลับมา PVD ได้อีก แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะท่านยังสามารถย้ายกองทุนหรือเปลี่ยนนโยบายการลงทุนได้เหมือนเดิม เพียงแต่ต้องเป็นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน RMF ด้วยกันเท่านั้นเอง ส่วนในเงื่อนไขของการถอนเงิน

ก็จะเหมือนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเดิม นั่นคือหากต้องการได้รับสิทธิประโยชนทางภาษีก็ต้องถืออย่างน้อยห้าปี จากนั้นหากท่านใดต้องการกลับมาใหม่เมื่อวิกฤตผ่านไปนั้น และไม่จะด้วยเหตุผลใดที่ทำให้ต้องออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

หากมีโอกาสก็อยากให้ท่านกลับมาเป็นสมาชิกกองทุนอีกครั้ง เพราะการออมเงินผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญทางการเงิน และมีความได้เปรียบกว่าการออมเงินในรูปแบบอื่นๆ หลายประการ เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดภาษีแล้ว ท่านยังได้รับเงินสมทบจากนายจ้างอีก แถมการบริหารการจัดการลงทุนโดยผู้จัดการกองทุนมืออาชีพและมีค่าธรรมเนียมการจัดการที่ต่ำ ทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จึงเป็นทางเลือกในการออมสำคัญที่จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนสามารถบรรลุเป้าหมายมีเงินไว้ใช้ในยามเกษียณได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8th

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ปล่อยวงเงินฉุกเฉินให้เกษตรกรได้กู้คนละ 10,000 บาท

      จากที่ตอนนี้ประเทศไทยกำลังพบปัญหาการระบาดของไวรัสรอหน้าสถานการณ์ด้านการเงินของประชาชนได้รับความเดือดร้อนเศรษฐกิจกำลังตกต่ำถึงขั้นต่ำสุดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนชาวนาและชาวบ้านต่างก็ได้รับความเดือดร้อนทางรัฐบาลจึงได้มีการขอความร่วมมือกับทางธนาคารเพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลานี้

ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ออกมาช่วยเหลือประชาชนก็คือธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์โดยธนาคารนี้จะดูแลชาวบ้านที่เป็นเกษตรกรส่วนใหญ่ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการออกมาประกาศให้เกษตรกรสามารถทำการกู้เงินฉุกเฉินได้รายละ 10,000 บาท

ซึ่งถ้าหากใครผ่านการอนุมัติก็สามารถที่จะมารับเงินได้เลยภายใน 1 วันหลังจากที่มีการเซ็นสัญญากันโดยทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์นั้นได้มีการปล่อยวงเงินกู้มากถึง 20,000 ล้านบาทและมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสำหรับวงเงินกู้พิเศษนี้แค่เพียงร้อยละ 0.1 บาทต่อเดือนเท่านั้น

ที่สำคัญทางธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ยางอนุมัติในเรื่องของการงดการจ่ายดอกเบี้ยในช่วง 6 เดือนแรกและเกษตรกรคนไหนที่ต้องการกู้ก็ไม่จำเป็นต้องมีคนมาค้ำประกันไม่มีการเปิดให้ลงทะเบียนมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 เดือนเมษายนปีพศ. 2563 ซึ่งมีเกษตรกรสนใจลงทะเบียนการเป็นจำนวนมาก

โดยวันนี้ทางธนาคารได้มีการติดต่อสำหรับผู้ที่ได้รับการอนุมัติให้ผ่านการกู้ยืมเงินได้มาทำการเซ็นสัญญากับทางธนาคารและวันรุ่งขึ้นก็จะมีการโอนเงินเข้าบัญชีให้เลย โดยเมื่อโครงการนี้ออกมาชาวเกษตรกรต่างก็ดีใจมากที่จะได้มีเงินไปลงทุนในการทำนาและทำไร่ทำสวนหลังจากที่มีการปล่อยให้ลงทะเบียนการขอกู้ยืมเงินมา

จนถึงตอนนี้มีหลายครอบครัวแล้วที่ไปทำการเซ็นสัญญารับเงินอนุมัติไปซึ่งปัจจุบันนี้วงเงินที่ปล่อยให้กู้จำนวนมากถึงสองหมื่นล้านบาทยังคงมีเพียงพอให้ชาวเกษตรกรคนอื่นๆมาลงทะเบียนเพิ่มได้อีก

       สำหรับโครงการที่ช่วยเหลือเกษตรกรในครั้งนี้ทำให้เกษตรกรหลายคนเริ่มมีกำลังใจที่จะทำงานนำเงินที่กู้ไปลงทุนในการทำไร่ทำนาเพื่อที่จะได้มีสินค้าทางการเกษตรออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนและสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ซึ่งสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าในแต่ละประเทศดีขึ้นคาดว่าการส่งออกของไทยก็จะดีขึ้นตามไปด้วยเพราะชาวไร่ชาวนาที่ได้รับเงินกู้ไปต่างก็นำเงินเหล่านี้

ไปลงทุนเพื่อที่จะได้มีพืชผลทางการเกษตรออกไปจำหน่ายโดยในขณะนี้หลายประเทศมีการบล็อกดาวประเทศจึงได้มีการผลิตอาหารเป็นของตนเองจำเป็นต้องรับอาหารจากต่างประเทศเข้าไปซึ่งถ้าประเทศไทยสามารถส่งออกได้ในช่วงเวลานี้ก็จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนมาจาก  bk888

ตลึงราคาคอนโด ย่านใจกลางเมือง ลดราคาเกือบ 20 เปอร์เซ็น

           ช่วงนี้เป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังประสบกับวิกฤตเพราะเหตุการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าประชาชนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องของการเงินซึ่งส่งผลไปยังผู้ประกอบการต่างๆที่ยอดจำนวนขายสินค้าเริ่มลดลงไม่ว่าจะเป็น  รถยนต์  หรือแม้แต่บ้านและคอนโดดังนั้นบริษัทต่างๆ

จึงได้มีการออกแคมเปญออกมาเพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือให้คนสามารถที่จะซื้อบ้านเดี่ยวจนได้ในราคาที่ถูกลงซึ่งตอนนี้เป็นโอกาสทองของคนที่ต้องการซื้อคอนโดมิเนียมเพราะตอนนี้มีหลายโครงการที่ออกแคมเปญออกมาทั้งลดแลกแจกแถมซื้อให้โครงการสามารถขายออกได้โดยล่าสุดมีข่าวจากทาง Lexus ออกมาระบุว่า จะมีการราคาคอนโดเพิ่งจะลดสูงสุดถึง 50% ด้วยกันเพื่อให้ลูกค้าที่สนใจที่จะซื้อคอนโดในช่วงนี้

ได้มีโอกาสซื้อคอนโดได้ในราคาพิเศษโดยจะ มีการร่วมกันหลายโครงการด้วยการซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมากถึง 80 โครงการดังนั้นจะมีจำนวนห้องมากกว่า 1,500 ห้องที่จะร่วมโครงการให้ลูกค้าสามารถเข้าไปเลือกซื้อคอนโดได้โดยคอนโดส่วนใหญ่ที่จะเข้าร่วมโครงการนั้นจะเป็นคอนโดที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเขตที่ประชาชนส่วนใหญ่สนใจที่จะทำการซื้อในขณะนี้มีข้อมูลออกมาว่าคอนโดที่นำมาขายนั้นเป็นคอนโดที่สร้างเสร็จแล้ว

ซึ่งตอนนี้บริษัทที่เป็นเจ้าของคอนโดส่วนใหญ่จะยังไม่ดำเนินการสร้างคอนโดใหม่เพราะยังต้องรอดูสถานการณ์ของการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาดังนั้นส่วนใหญ่ที่นำมาลดราคาในครั้งนี้จึงเป็นคอนโดที่มีการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วซึ่งผู้ที่สนใจซื้อคอนโดเพื่อทำการส่งเรื่องอนุมัติจากทางธนาคารเรียบร้อยแล้วก็สามารถที่จะเข้าอยู่ได้ทันทีโดยมีการคาดการณ์ว่าลูกค้าน่าจะสนใจเข้ามาเยี่ยมชมคอนโดเป็นจำนวนมาก

เพราะราคาคอนโดที่ลดในครั้งนี้ลดมากเท่าที่เคยมีมาตั้งแต่สิบปีครั้งนี้เป็นการลดราคาคอนโดมากที่สุดโดยแต่ละที่นั้นจะมีส่วนลดอยู่ที่ระหว่าง 13 เปอร์เซ็นต์ถึง 15 เปอร์เซ็นต์ซึ่งอาจจะต้องเช็คจากทำเลว่าเป็นแหล่งทำเลที่คนนิยมมากหรือไม่ซึ่งถ้าเกิดว่าใจกลางเมืองมากก็อาจจะลดอยู่ที่ประมาณ 13 เปอร์เซ็นต์

สำหรับสถานที่เขตคอนโดที่มีการนำมาลดราคาในครั้งนี้จะเป็นเขตแถวสาทรปทุมวันสวนหลวงรวมถึงสุขุมวิทด้วยซึ่งบอกได้เลยว่าเป็นเขตกลางกรุงที่น่าสนใจแทบทั้งสิ้นแต่ถ้าหากใครอยากจะได้เขตรอบๆเมืองก็มีการนำมาจำหน่ายให้กับคนที่สนใจเช่นเดียวกันหรือหาใครที่ต้องการคอนโดติดริมแม่น้ำในปีนี้

ก็นำมาลดราคาเช่นเดียวกันดังนั้นหากใครที่สนใจที่จะหาคอนโดเอาไว้เข้าพักอาศัยในช่วงนี้ก็สามารถดูข้อมูลในเว็บไซท์ที่มีการขายคอนโดได้เลยจะมีการระบุราคาพร้อมส่วนลดไว้ให้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8 thai

มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของอาคารสงเคราะห์

     สำหรับธนาคารหลายธนาคารตอนนี้กำลังมีมาตรการออกมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ของธนาคารตนเองซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือธนาคารอาคารสงเคราะห์

ซึ่งก่อนหน้านี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้มีมาตรการออกมาช่วยเหลือลูกหนี้ของตนเองหลายมาตรการเลยทีเดียวตั้งแต่ 1 ถึง 6 มาตรการด้วยกันซึ่งแต่ละมาตรการนั้นก็มีเงื่อนไขของแต่ละมาตรการอย่างชัดเจนตัวอย่างเช่นมาตรการที่สองที่ลูกหนี้สามารถพักชำระหนี้ที่เป็นเงินต้นได้โดยเลือกจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยอย่างเดียวเป็นระยะเวลา 1 ปี

วิธีการนี้ก็ถือว่าช่วยเหลือรูปนี้ได้ในระดับหนึ่งแต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ทั้งหมดเนื่องจากว่าที่จริงแล้วหากจะพูดถึงเรื่องความสามารถในการจ่ายหนี้ของลูกหนี้ในช่วงขณะนี้นั้นแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ลูกหนี้จะมีเงินเพื่อมาจ่ายหนี้เพราะหลายคนเมื่อมีการหักต้นแล้วเหลือจะจ่ายเฉพาะดอกยอดก็ยังสูงเป็นหมื่นบาทเลย

เพราะฉะนั้นแต่ละมาตรการที่ออกมาจึงยังไม่ถือว่าเป็นการช่วยเหลือประชาชนอย่างแท้จริงโดยมีมาตรการที่ 5 ที่เคยออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องของการพักชำระหนี้ให้กับลูกหนี้เป็นระยะเวลา 3 เดือนแต่มาตรการนี้จะให้เฉพาะลูกหนี้ที่มียอดหนี้ไม่เกิน 3 ล้านบาทเท่านั้น

ซึ่งหลายคนเวลาที่กู้ซื้อบ้านราคาการกู้เงินก็เกิน 3 ล้านบาทส่วนใหญ่ดังนั้นจึงยังมีอีกหลายคนที่ประสบปัญหาการขาดทุนทรัพย์ที่จะมาชำระหนี้ซึ่งล่าสุดทางธนาคารอาคารสงเคราะห์เองก็ได้มีการออกมาตรการใหม่มาช่วยเหลือประชาชนอีกรอบหนึ่ง ซึ่งมาตรการในครั้งนี้เป็นมาตรการลำดับที่ 8

โดยมีการออกมาเพื่อช่วยเหลือคนที่เข้าร่วมการใช้มาตรการที่ 1-4 และมาตรการที่ 6 โดยมีเงื่อนไขว่าหากคุณเคยได้เข้าร่วมมาตรการ 1-4 หรือมาตรการที่ 6 แล้วจะมาใช้มาตรการที่ 8 นั้นจะถูกยกเลิกมาตรการเดิมทันทีและมาตรการที่ 8 นี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องชำระเงินต้นและเงินดอกเป็นระยะเวลา 3 เดือนติดต่อกัน

แต่หลังจากนั้นคุณก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการการชำระเงินตามปกติซึ่งขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าสะดวกแบบไหนเราก็สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 28 เดือนมิถุนายนปี 2563  มาตรการที่ 8 นี้

ทางธนาคารอาคารสงเคราะห์เองก็หวังว่าหากลูกค้าคนไหนที่มีปัญหาเรื่องของการเงินและมีการที่จะต้องนำเงินไปจ่ายหนี้ด้านอื่นๆก็สามารถที่จะพักเงินการชำระหนี้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เอาไว้ก่อนหลังจากนั้นก็เอาเงินก่อนที่จะต้องมาจ่ายกับธนาคารเพื่อไปจ่ายหนี้ที่อื่นเพื่อให้เรียบร้อยหลังจากนั้นเมื่อครบ 3 เดือนแล้ว

ลูกค้าก็มาทำการผ่อนชำระหนี้ตามปกติได้ซึ่งวิธีการนี้ก็ถือได้ว่าเป็นการช่วยลูกหนี้อีกช่องทางหนึ่งแต่อย่างไรก็ตามต้องมาดูอีกทีนึงว่าปัญหาการระบาดของไวรัสโคโรน่านั้นจะจบลงภายในระยะเวลา 3 เดือนหรือไม่เพราะถ้าหากว่าปัญหานี้ยังคงมีอยู่เมื่อครบ 3 เดือนไปแล้วลูกหนี้ก็อาจจะยังมีปัญหาเรื่องของการหาเงินมาจ่ายหนี้ไม่ได้อีกเหมือนเดิม

 

สนับสนุนโดย  next88 มือถือ

แนะนำรัฐบาลให้เปิดรับรักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก

นายแพทย์เหรียญทอง แนะนำรัฐบาลให้เปิดรับรักษาผู้ป่วยไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก

        เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักนายแพทย์เหรียญทอง    แน่นหนา    ท่านเป็นผู้อำนวยการของโรงพยาบาลมงกุฎซึ่งโดยปกติแล้วท่านจะชอบออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือแม้แต่เกี่ยวกับเรื่องของการรักษาพยาบาลต่างๆผ่านทางโซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำโดยในครั้งนี้ท่านก็ได้ออกมาแนะนำเสนอความคิดเห็นเพื่อเป็นการหาเงินเข้าประเทศโดยท่านมองว่าประเทศไทยนั้น

ตอนนี้มีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นอย่างมากเพราะสังเกตได้จากจำนวนผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้วมาจนถึงกลางเดือนเมษายนปี 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อของประเทศไทยถ้าเทียบกับประเทศอื่นในแถบโซนเอเชียหรือว่ายุโรปนั้น

ถือว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้อย่างดีมากผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสนี้มีน้อยมากรวมถึงในแต่ละวันเราสามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อให้ติดเชื้อน้อยลงได้เรื่อยๆซึ่งถือได้ว่ามีศักยภาพเป็นอย่างมากและที่สำคัญเหนือกว่าสิ่งอื่นใดประเทศไทยสามารถรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าให้หายได้เป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับสัดส่วนของต่างประเทศแล้ว

ดังนั้นทางนายแพทย์เหรียญทองจึงเห็นได้ว่าหากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยยังคงเป็นอยู่แบบนี้การที่รัฐบาลต้องการหาเงินมาช่วยเหลือประเทศควรจะมีการเปิดประเทศรับพันธมิตรประเทศอื่นๆส่งผู้ป่วยที่ต้องการมารักษาตัวในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19มายังประเทศไทย

ซึ่งเป็นไปได้ว่าหากเรามีการเปิดรับผู้ป่วยต่างประเทศเข้ามารักษาตัวจะทำให้มีผู้ป่วยเป็นจำนวนมากเดินทางมาที่ประเทศไทยเพื่อรับการรักษาเนื่องจากว่าหากใครเคยได้ติดตามข่าวสารต่างประเทศจะพบว่าการรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าของประเทศในโซนยุโรปและอเมริกานั้นจะเป็นการรักษาโดยการใช้ข้อมูลทางโทรศัพท์เท่านั้นหากผู้ป่วยไม่ใช่ผู้ป่วยที่มีอาการหนักใกล้ตายจริงๆก็จะไม่สามารถเดินทางมารักษาที่โรงพยาบาลได้จึงทำให้มีผู้ติดเชื้อหลายรายต้องจบชีวิตลง

เพราะไม่สามารถไปรักษาที่โรงพยาบาลได้นั่นเองซึ่งหากประเทศไทยยังคงแสดงศักยภาพให้ต่างประเทศเห็นว่าเรานั้นสามารถรักษาผู้ป่วยให้หายขาดได้จริงย่อมต้องมีผู้ป่วยที่ต้องการรักษาตนเองให้หายและมีเงินมากพอที่จะเดินทางมายังประเทศไทยเพื่อให้นายแพทย์ของประเทศไทย

ดำเนินการรักษานอกจากจะเป็นการทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยดีขึ้นได้แล้วยังเป็นการประกาศให้คนทั้งโลกรู้ว่าประเทศไทยนั้นมีศักยภาพในการรักษาผู้ป่วยมากแค่ไหนซึ่งนายแพทย์เหรียญทองเองได้มีการพูดยืนยันเอาไว้ว่าสิ่งที่ตนเองได้มีการโพสต์ลง Facebook ในครั้งนี้นั้นไม่ได้เป็นการโพสต์เพื่อความสนุกสนานแต่อย่างใด

แต่เป็นการโพสต์เพื่อต้องการแนะนำรัฐบาลให้นำเรื่องดังกล่าวไปขบคิดเพราะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในตอนนี้หากจะต้องกลับมาให้เศรษฐกิจดีขึ้นนั้นอาจจะนานแต่ถ้าหากเราสามารถนำผู้ป่วยที่ติดเชื้อและเป็นกลุ่มคนที่มีเงินมากพอพวกเขาจะเดินทางมาที่ประเทศของเราเองและประเทศเราเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงและยังได้เม็ดเงินเข้ามาในประเทศด้วย

 

สนับสนุนโดย  entaplay

โครงการเราไม่ทิ้งกันเริ่มกันเริ่มโอนเงินให้กับประชาชนแล้ว

โครงการเราไม่ทิ้งกันเริ่มกันเริ่มโอนเงินให้กับประชาชนแล้ว พร้อมทั้งให้เช็คสถานะได้

          จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ทางรัฐบาลจึงได้มีการออก มาตรการในการช่วยเหลือประชาชนด้วยการออกโครงการเราไม่ทิ้งกันเพื่อทำการแจกเงินช่วยเหลือประชาชนเป็นระยะเวลา 6 เดือนเดือนละ 5,000 บาท

ซึ่งโครงการนี้มีการลงทะเบียนกันมาแล้วตั้งแต่วันที่ 27 เดือนมีนาคมปีพศ 2563 และวันที่ 8 เมษายนปีพศ 2563 เป็นวันแรกที่ประชาชนที่มีการไปลงทะเบียนไว้จะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาในครั้งนี้โดยจำนวนผู้ลงทะเบียนมีเป็นจำนวนมากเกือบ 23 ล้านคนดังนั้นขั้นตอนการจ่ายเงินจึงต้องมีการทยอยการจ่ายเงินให้กับประชาชนซึ่งในขณะนี้หากใครที่ยังไม่ได้รับเงินแล้วอยากรู้ว่าสถานะของตนเองนั้น

ตอนนี้อยู่ถึงไหนแล้วได้รับเงินหรือไม่หรือถูกการปฏิเสธหรือไม่สามารถเช็คสถานะได้ที่เว็บไซต์ของโครงการเราไม่ทิ้งกันโดยประชาชนสามารถเข้าไปที่ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนของโครงการเราไม่ทิ้งกันหลังจากนั้นหน้าจอจะมีการขึ้นแสดงเมนูให้ใส่โดยให้ระบุเลขที่บัตรประชาชนของตนเองจำนวน 13 หลักรวมถึงหมายเลขโทรศัพท์มือถือและวันเดือนปีเกิดของผู้ลงทะเบียนหลังจากนั้นเมื่อกดตรวจสอบสถานะก็จะมีข้อมูลขึ้นว่าสถานะในการจ่ายเงินออกไปแล้วหรือสถานะอยู่ระหว่างการตรวจสอบหรือแม้แต่สถานะถูกปฏิเสธการจ่ายเงินซึ่งจะทำให้เรารู้สถานะของตนเองได้ว่าในขณะนี้เราอยู่ในขั้นตอนไหน

       สำหรับโครงการนี้ทางเจ้าหน้าที่โครงการจะต้องมีการตรวจสอบว่าประชาชนที่มาลงทะเบียนนั้นสามารถที่จะเข้าร่วมโครงการได้หรือไม่เพราะว่าจะต้องมีการตรวจสอบว่าประชาชนคนที่มาลงทะเบียนนั้นได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของไวรัสจริงหรือเปล่าซึ่งโครงการนี้เน้นช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆดังนั้นหากใครที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนแล้วมาลงทะเบียนก็จะถือว่ามีความผิดตามกฎหมายโดยมีการประกาศออกมาให้ประชาชนทราบโดยทั่วกันแล้วว่าหากใครไม่เข้าข่ายก็สามารถเข้าไปยกเลิกการลงทะเบียนได้ 

   สำหรับเงินเยียวยาโครงการเราไม่ทิ้งกันนี้  จะมีการทยอยให้ประชาชนอย่างต่อเนื่องทุกวันจนกว่าจะหมดจำนวนของประชาชนที่เข้ามาลงทะเบียนแต่อาจจะต้องใช้ระยะเวลานานหลายวันกว่าจะได้รับเงินเยียวยากันหมดเนื่องจากว่าจะต้องมีการคัดกรองประชาชนที่มาลงทะเบียนด้วยว่าเข้าข่ายที่จะสามารถรับเงินได้หรือไม่ซึ่งหากใครได้รับเงินเยียวยาก็จะมีการส่ง SMS แจ้งตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ให้ไว้รวมถึงมีการโอนเงินเข้าบัญชีตามที่ประชาชนมีการกรอกข้อมูลเอาไว้

  ซึ่งในจำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเอาไว้มีหลายคนที่มีการเข้ามายกเลิกการลงทะเบียนเพราะว่าไม่เข้าข่ายอย่างเช่นนักศึกษา   กลุ่มแรงงานก่อสร้าง  เป็นต้น โดยทางรัฐบาลออกมายืนยันว่าโครงการนี้จะมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อจะนำเงินดังกล่าวไปช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจริงๆเท่านั้นซึ่งมีระบบคอมพิวเตอร์ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างแม่นยำ 

เศรษฐกิจเยอรมนีมีปัญหาส่งผลให้รัฐมนตรีการคลังฆ่าตัวตาย หลังโควิด-19 

  พิษเศรษฐกิจโควิด-19  ทำรัฐมนตรีการคลังของประเทศเยอรมนี   โทมัส แชเฟอร์ ชายวัย 54 ปีซึ่งเขาคือส่วนรวมทางเศรษฐกิจของเยอรมนีเกิดความเครียดจนถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายโดยหลายฝ่ายได้ออกมาบอกว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างความทุกข์ให้กับคนต่างประเทศของเยอรมนีเป็นอย่างมาก

เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ทำให้เศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายลง และนาย โทมัส แชเฟอร์ คือหนึ่งในบุคคลที่ดูแลและช่วยรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาสภาวะเศรษฐกิจมาโดยตลอดแต่ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้นาย โทมัส แชเฟอร์ มีความเครียดและเป็นกังวลใจอย่างมากก็ไม่รู้ว่าจะหาวิธีไหนมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้

ซึ่งผลกระทบในครั้งนี้ประเทศเยอรมนีกำลังได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจเป็นอย่างยิ่งไม่มีงาน    สำหรับนาย โทมัส แชเฟอร์ ได้ทำหน้าที่ดูแลเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเงินของประเทศเยอรมนีมานานมากกว่า 10 ปีขึ้นไปซึ่งเขาเป็นบุคคลที่ทุ่มเทต่อการทำงานอย่างหนักเพื่อให้ประเทศได้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ในหลายๆครั้งที่ผ่านมาและเหตุการณ์ในครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันตลอดทั้งวัน

และคืนที่เขานั่งพยายามคิดหาถึงวิธีการแก้ไขปัญหาสถานะเศรษฐกิจของประเทศเยอรมนีที่กำลังย่ำแย่ลงทุกวันหลังจากที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Corona   

ซึ่งผู้ร่วมงานของเขาได้ออกมากล่าวถึงเขากันว่าสาเหตุที่เขาฆ่าตัวตายในครั้งนี้น่าจะเกิดจากที่เขารู้สึกวิตกกังวลกับเศรษฐกิจของประเทศมากเกินไปและเขาอาจจะหาทางออกยังไม่ได้ว่าจะช่วยเหลือประเทศของเราได้อย่างไรกับปัญหาที่กำลังเจอกันอยู่ในขณะนี้ซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็เลือกที่จะปลิดชีวิตตัวเองลงแทนการที่จะสู้ต่อ  ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้นอกจากคนทั้งประเทศจะเสียใจที่เขาฆ่าตัวตายแล้วบุคคลที่เสียใจมากที่สุดนั่นก็คือภรรยาและลูกพี่เขาทิ้งทั้งสองคนไว้เบื้องหลัง

สำหรับเหตุการณ์ที่นาย โทมัส แชเฟอร์ การฆ่าตัวตายในครั้งนี้ว่ากันว่ามีคนพบศพของเขานอนตายอยู่ใกล้กับรางรถไฟ เลยข้อมูลระบุว่าเขาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมาและเมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปสำรวจพื้นที่เกิดเหตุก็สรุปได้ว่านาย  โทมัส แชเฟอร์ ได้ฆ่าตัวตายเองไม่ได้ถูกทำร้ายแต่อย่างใด

คนบางคนหากไม่ปล่อยวางก็จะทำให้ชีวิตมีแต่ความเครียดและเมื่อไม่หาทางออกได้สิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำก็คือการฆ่าตัวตายถึงแม้มนตรีการคลังนี้จะมีทั้งเงินและอำนาจแต่ด้วยความที่เขารักประเทศชาติของเขามากและเขาไม่อยากให้ประเทศชาติเขาล้มสลายภายใต้การดูแลของเขา เขาจึงได้พยายามอย่างหนักที่จะผยุงอย่างหนักที่จะรักษาสถานะเศรษฐกิจของประเทศเอาไว้

 

ขอบคุณเว็บ  BK8  ที่ให้การสนับสนุน

โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิประกาศปิดการผลิตท้องจ่ายค่าจ้างเพียงแค่ 85%

    มีรายงานเข้ามาว่าบริษัทมิตซูบิชิซึ่งเป็นบริษัทผลิตรถยนต์ได้มีการประกาศต่อพนักงานของตนเองว่าจะมีการหยุดผลิตรถยนต์ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนเป็นต้นไปโดยจะมีการหยุดโรงงานทั้งหมด 3 แห่งด้วยกันรวมถึงโรงงานเครื่องยนต์และศูนย์การผลิตที่จังหวัดชลบุรี

ก็จะมีการปิดทำการชั่วคราวด้วยอันนี้ยังไม่มีกำหนดว่าจะมีการเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อไหร่สาเหตุนั้นก็เพราะว่าปัญหาจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าทำให้กำลังผู้ซื้อลดน้อยลงซึ่งในปัจจุบันนี้ประชาชนแทบจะไม่ออกมาซื้อรถยนต์กันเลยดังนั้นทางบริษัทจึงต้องมีการปิดการผลิตเอาไว้ก่อนเพราะว่ามีจำนวนลดสำรองที่จะเอาออกมาจำหน่ายให้กับประชาชนเพียงพออยู่แล้ว

ซึ่งแผนการผลิตตรงนี้มีการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วสำหรับบริษัทมิตซูบิชิก่อนที่จะมีการนำออกมาเผยแพร่แจ้งให้กับพนักงานให้ทราบซึ่งในส่วนของโรงงานที่เป็นโรงงานการผลิตรถยนต์พนักงานทุกคนจะต้องถูกให้หยุดงานเป็นการชั่วคราวไปก่อนแต่ว่าทางบริษัทก็จะมีการดูแลพนักงานของตนเองด้วยการยังคงจ่ายเงินเดือนให้โดยจะมีการจ่ายค่าจ้างที่ 85 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นสำหรับโรงงานการผลิตทั้งหมด 3 โรงงานจะมีการปิดชั่วคราวไปจนเกือบถึงสิ้นเดือนเมษายนแล้ว

ก็โรงงานรายการผลิตอื่นๆหรือแม้แต่การผลิตเครื่องยนต์ก็จะมีการปิดไปจนถึงประมาณ 20 เมษายนแต่ทางนี้ก็จะต้องดูสถานการณ์อีกครั้งหนึ่งว่าเมื่อถึงกำหนดเวลาที่มีการแถลงการณ์การปิดโรงงานไปแล้วสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงดีขึ้นหรือไม่หรือสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงกว่าเดิมซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็ต้องมาพิจารณากันอีกทีนึงว่าบริษัทจะมีนโยบายออกมาว่ายังไงสำหรับโรงงานการผลิตของบริษัท Mitsubishi ที่ประเทศไทยนี้ถือว่าเป็นที่ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์เป็นอันดับ 2 ของบริษัทมิตซูบิชิในประเทศญี่ปุ่น

ซึ่งการจำหน่ายรถยนต์ของบริษัท Mitsubishi ไม่ได้ผลิตจำหน่ายเฉพาะภายในประเทศไทยเท่านั้นแต่ที่นี่คือส่วนใหญ่ที่จะมีการส่งรถออกไปจำหน่ายให้กับทั่วโลกแต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศไทยหรือแม้ว่าทั่วโลกก็ตามต่างก็พบปัญหาเหมือนกันก็คือยังมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสดังนั้นจำนวนผู้ที่มีกำลังที่จะซื้อรถยนต์จึงค่อนข้างมีน้อยทุกคนห่วงเรื่องของการติดเชื้อไวรัสกัน

มากกว่าผู้คนจึงถูกระงับการเดินทางออกนอกบ้านจึงไม่มีใครจำเป็นที่จะต้องใช้รถในช่วงนี้ดังนั้นทางบริษัทก็จะหยุดการผลิตรถยนต์ออกไปก่อนเพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้นแล้วค่อยกลับมาผลิตอีกครั้งหนึ่ง 

 

สนับสนุนโดย  entaplay

ปรับแผนธุรกิจช่วงไข้โควิดระบาด

สถานการณ์ปัจจุบันของไข้โควิด19 นั้นยังคงมีทีท่าว่าจะไม่หยุดระบาดง่ายๆ เพราะตอนนี้ทั่วโลกทุกประเทศต่างเจอไข้นี้กันหมด และส่งผลไปยังการทำงานและเศรษฐกิจของแต่ละประเทศโดยตรง พ่อค้าแม่ค้า เริ่มแบกภาระต้นทุนที่มีแต่ค่าใช้จ่าย แต่ไม่มีรายได้ในแต่ละวันเลยเริ่มไม่ไหว

เพราะจากวันแรกที่เริ่มรู้ข่าวเรื่องโควิด 19 จนวันนี้ วันเวลาล่วงเลยเกือบสองเดือน รัฐบาลไทยยังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้เลย จึงทำให้คนไทยคงต้องร้องเพลงรอ แล้วพึ่งตัวเองกันไปก่อน ซึ่งแนวโน้มคงต้องเป็นเช่นนั้นจริงๆ วันนี้เราจึงอยากแนะนำสำหรับคนที่ประกอบอาชีพ เป็นเจ้าของธุรกิจเอง เพื่อที่จะได้หายใจกันต่ออีกเฮือกและรอฟ้าดินเมตตา แต่ตอนนี้ต้องช่วยตัวเองกันก่อน

อันดับแรก เอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน เข้ามาช่วยในการทำธุรกิจ ใครก็ตามที่เป็นพ่อค้าแม่ค้า ขายของ หรือเจ้าของร้านอาหารต่างๆ นั้น ในสถานการณ์ตอนนี้ คนเริ่มไม่กล้าออกจากบ้าน และไม่ไปกินข้าวนอกบ้าน เราก็ควรจะต้องโปรโมทร้านตัวเองผ่านสื่อโซเชียลต่าง และมีการจัดส่งสินค้า

หรืออาหารให้กับคู่ค้าหรือลูกค้า ผ่านทางขนส่งไปรษณีย์ หรือ ไลน์แมน หรือ Grab แทน ก็น่าจะพอขายของผ่านทางสื่อออนไลน์นี้ได้บ้าง ดีกว่านั่งตบยุง แบกภาระค่าพนักงาน เด็กเสริฟ์ ค่าไฟ ค่าเช่าที่ ในแต่ละวันไปฟรีๆ โดยไม่มีลูกค้ามาเดิน หรือซื้อของเลย

อันดับสอง เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย หากใครที่ทำธุรกิจที่ต้องติดต่อกับต่างชาติ เช่นสินค้าส่งออก ที่เคยมุ่งเน้นลูกค้าต่างชาติ หรือธุรกิจที่พัก โรงแรมที่เคยติดต่อและสำรองห้องไว้กับคนต่างชาติ ลองเปลี่ยนกลุ่มมาเป็นคนไทยดู อย่างสินค้าส่งออกที่เคยขายต่างประเทศ ก็ลองมาจับขายในเมืองไทย

เพราะยังไงตอนนี้คุณคงส่งออกไม่ได้อยู่แล้ว เพราะแต่ละประเทศก็ระวังตัวกันพอสมควร หรือ นักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวเมืองไทยไม่ได้แล้ว ก็ปรับกลุ่มมาเป็นคนไทย ทำที่พักสำหรับนักเรียนนักศึกษา หรือกลุ่มพวกดูงานในแต่ละจังหวัดเลย ดีกว่าปล่อยให้สินค้าค้างสต๊อก หรือห้องพักว่าง

ซึ่งที่แนะนำกันมาทั้งหมดนี้สุดท้าย ทุกธุรกิจก็ต้องร่วมมือกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัย และจับมือสู้ไปด้วยกัน อย่างไรก็ต้องผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้ ใครที่สายป่านยาวก็ถือว่าโชคดี แต่ที่ใครมีทุนกำลังทรัพย์น้อย ก็ขอให้ประคองตัวเองให้ดี ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออก และค่อยๆ ประคอง หันมาเจรจากับคู่ค้า ด้วยถ้อยทีถ้อยอาศัย ยึดหลักไว้ว่าทุกคนลำบากเหมือนกันหมด คุยกับเจ้าหนี้ให้เห็นใจ บางอย่างอาจต้องยอมปล่อย แต่ยังไงซะวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างดีขึ้น เราก็เอากลับมาใหม่ได้

ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์

ความเห็นแก่ตัวของมนุษย์ หลังจากเกิดภาวะโควิด 19

หลังจากไข้โควิด19 เข้ามาระบาดในประเทศไทยนั้น หลายๆ คนเริ่มเกิดภาวะความตื่นตระหนกตกใจ และอีกหลายๆ คนยังคงเพิกเฉยกับการป้องกันตัวเอง แต่ล่าสุดจากการที่ได้มีข่าวดาราดัง อย่างเจ้าของค่ายมวยและแฟนสาวชื่อดัง อย่างแมทธิว ดีน สามีของลิเดีย นักร้อง นั้น โดยเจ้าตัวออกมาประกาศและยอมรับว่าติดไข้โควิด19 สร้างความตกใจให้กับคนทั่วประเทศเพราะไข้นี้เริ่มระบาดออกไปอย่างวงกว้าง

และติดไปสู่คนดังในวงกว้าง ซึ่งก่อนที่ ตัวดาราคนนี้จะออกมาประกาศว่าตัวเองเป็นไข้นั้น เจ้าตัวได้ไปถ่ายเทปในรายการ เสือ สิงห์ กระทิง แรด ซึ่งก็มีทั้งพิธีกรและดาราอีกมากมายในวันนั้นไปร่วมถ่ายทำและรอคิวถ่ายในเทปต่อๆ ไปด้วย ซึ่งหลังจากที่ข่าวออกมานั้น ดาราหลายๆ ท่านที่ไปถ่ายเทปในวันนั้น ต่างออกมาแสดงความเสียใจและเป็นห่วงในตัวดาราหนุ่มอย่างมาก และทุกๆ คน

ก็พร้อมใจกันไปหาหมอ เพื่อเช็คตัวเองและพร้อมที่จะกักตัวเองเป็นเวลาสิบสี่วัน เพื่อรับผิดชอบต่อสังคม แต่กระแสดราม่าก็เกิดขึ้น เมื่อพิธีกรท่านหนึ่งในรายการนั้น เกิดดราม่า อัดคลิปตัวเองแล้วร้องไห้ ตีโพยตีพาย ด้วยถ้อยคำต่างๆ นาๆ ว่ากลัวจะติดไข้จากผู้ชายคนนี้ แล้วตัวเค้าเองก็นั่งใกล้กับผู้ชายคนนี้ด้วย เค้าจะอยู่อย่างไรถ้าต้องติดไข้ และลูกเค้าจะอยู่อย่างไร 

เมื่อคลิปนี้ได้ถูกปล่อยออกไปนั้น เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อตัวพิธีกรท่านนี้ว่า ทำเกินไปกับเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้คำที่รุนแรง เช่น “นั่งใกล้ผู้ชาย คนนี้แล้วจะต้องติดไข้” ซึ่งในความเป็นจริงแล้วนั้น ทางกองถ่ายรายการก็ออกมายืนยันว่าพิธีกรคนนี้ไม่ได้นั่งเก้าอี้โซฟา เดียวกันด้วยซ้ำ

และเป็นเก้าอี้แยก และที่มากไปกว่านั้น ก็มีดาราอีกท่านที่นั่งคั่นระหว่างกลางของพิธีกรท่านนี้ กับดาราคนดังที่ติดไข้ รวมถึงกับการที่บอกว่าเป็นห่วงลูกตัวเอง ซึ่งกระแสสังคมก็บอกว่า ดาราท่านนั้นเองก็มีลูกตั้งสองคน เค้าก็ต้องห่วงลูกเค้าเหมือนกัน ไม่ใช่มาอัดคลิปแสดงความดราม่า และต่อว่าดาราท่านนั้น

เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นหรอก และการที่ออกมาประกาศนั้นเป็นการดีต่อเพื่อนมนุษย์ ที่อยากให้รีบไปรักษาเพื่อจะได้ตรวจสอบและแก้ไขได้ทันเวลา ซึ่งจากเหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า คนเราเริ่มมีความเห็นแก่ตัวขึ้นเรื่อยๆ หากไข้โควิด19 นี้ยังคงระบาดต่อไป เราอาจจะได้เห็นพฤติกรรมของคนที่เรียกว่ามนุษย์ ออกมาในเชิงที่รุนแรง หรือเหยียดหยามกันมากขึ้นไม่มากก็น้อย ทางที่ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ควรช่วยกันป้องกัน และมีสติ นั่นแหละดีที่สุดแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  9luck